ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

รางวัลเสาเสมาธรรมจักร

รางวัลเสาเสมาธรรมจักร เป็นรางวัลเกียรติยศที่มอบให้แก่บุคคล หรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและมีสิทธิ์ได้รับเพียงครั้งเดียวเพราะถือว่าสูงสุดในชีวิตแล้วทั้งนี้ มีแนวคิดว่าพระธรรมจักรเป็นเครื่องหมายแห่งการประกาศพระพุทธศาสนา และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ไพศาลยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยรางวัลเสาเสมาธรรมจักร สร้างจากวัสดุธรรมดาทั่วไป เช่น หล่อด้วยเรซินแล้วปิดทอง โดยจะมีพิธีมอบรางวัลแด่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา
ของทุก ๆ ปี


ความเป็นมาของการมอบรางวัลเสาเสมาธรรมจักร

การคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เริ่มในปี 2525 ซึ่งเป็นปีแรกของการคัดเลือก และได้เว้นว่างไป 1 ปี จนถึงปี 2527 ซึ่งเป็นปีที่มีการก่อตั้งศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กรมการศาสนาร่วมกับศูนย์ส่งเสริม ฯ จึงได้นำโครงการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จากการคัดเลือกผู้ทำคุณต่อพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ปี 2525 – ปัจจุบัน มีผู้ได้ผ่านการคัดเลือกทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ จำนวน 2,758 รูป/คน


การพิจารณามอบรางวัลเสาเสมาธรรมจักร


รางวัลเสาเสมาธรรมจักร เป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดที่คณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พิจารณามอบให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมยกย่องคุณความดีและประกาศเกียรติคุณแด่บุคคล องค์กร และหน่วยงาน ที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาให้ปรากฏแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป เป็นแบบอย่างแก่สังคมและเยาวชนของชาติ เป็นเกียรติ เป็นกำลังใจในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ซึ่งได้ผ่านการเสนอชื่อการพิจารณาคัดเลือกกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการ และการอนุมัติจากคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกในโครงการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา
ผู้ควรแก่รางวัลจะได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร พร้อมด้วยประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จ ฯ เป็นองค์ประธานเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาล วิสาขบูชา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี
หน่วยงานที่รับผิดชอบการพิจารณามอบรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ปัจจุบันอยู่ที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดยจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณาผู้สมควรได้รับรางวัลขึ้นใหม่ทุกปี โดยแบ่งพิจารณาเป็น 10 สาขา เช่น สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ สาขาการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น การคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัลมีสองวิธีการคือ พิจารณาจากผู้ทำประโยชน์ผู้ที่มีชื่อเสียง และคัดเลือกจากเอกสารที่ผู้เสนอขอตามลำดับชั้นจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขึ้นมา โดยแบ่งเป็นจังหวัดละ 1 หรือ 2 รางวัล ตามแต่ขนาดของประชากรในจังหวัด โดยไม่มีการแยกฆราวาสหรือพระภิกษุ ทำให้บางครั้งการได้รับรางวัลของฆราวาสหรือพระภิกษุในบางปี ในบางจังหวัด จะตกอยู่ที่ผู้ใกล้ชิดกับการปกครองคณะสงฆ์หรือข้าราชการฝ่ายปกครองระดับจังหวัด เพราะการพิจารณาจากคณะกรรมการที่จังหวัดแต่งตั้ง สามารถเสนอได้เพียง 1 หรือ 2 รางวัล ตามแต่เกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงทำให้พระสงฆ์หรือฆราวาสที่ส่งเอกสารหรือไม่ทราบความเคลื่อนไหวการเสนอขอ หรือพระสงฆ์หรือฆราวาสที่ตั้งใจทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาที่ไม่สนใจทำเรื่องเสนอขอรางวัล ไม่ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร อย่างที่ควรจะเป็น



ประเภทของการคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร


สืบเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 – ปัจจุบัน มีการปรับเพิ่มประเภทตามที่คณะกรรมการ ฯ กำหนด ในปี
พ.ศ. 2549 คณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ได้แบ่งประเภทการคัดเลือกออกเป็น 10 ประเภท คือ

1. ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา
2. ประเภทการศึกษาสงเคราะห์
3. ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
4. ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม
5. ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์
6. ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
7. ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา
8. ประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
9. ประเภทสมาคม องค์กร มูลนิธิ สถาบัน และหน่วยงานที่มีกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา
10. ประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *